The Color Story ชื่อนี้มีที่มา #ตอนที่ 4

ตามมาติดๆกับตอนที่ 4 ของเรื่องราวน่ารู้ของ Kanken ตอนนี้มี 5 สีด้วยกัน meadow Green, Dark Garnet, Copper Green, Hickery Brown และ Burnt Orange

Advertisements

ตามมาติดๆกับตอนที่ 4 ของเรื่องราวน่ารู้ของ Kanken ตอนนี้มี 5 สีด้วยกัน meadow Green, Dark Garnet, Copper Green, Hickery Brown และ Burnt Orange

MG

สี Meadow Green

สีเขียวสดใส Meadow Green ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ทุ่งหญ้า” นั่นเอง โดยทุ่งหญ้า แบบ Meadow นั้นจะเป็นที่ราบอยู่กลางหุบเขา สลับด้วยป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณ

ทุ่งหญ้าสวยๆกลางหุบเขสไม่ได้มีแค่ที่ต่างประเทศนะคะ แต่ในเมืองไทยเราก็มีทุ่งหญ้าวังประ (Wangpra Meadow) อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จังหวัดสตูล เป็นทุ่งหญ้าที่สวยงามในแบบ Meadow เช่นกันค่ะ

DG

สี Dark Garnet

สี Dark Garnet หรือสีโกเมนเข้ม โกเมนถือเป็นอัญมณีประเภท พลอยที่ใช้เป็นเครื่องประดับมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอิยิปต์โบราณ เราอาจจะคุ้นว่าโกเมนเป็นสีแดงเข้ม แต่จริงๆอัญมณีชนิดนี้มีสีมากถึง 15 สี ส่วนสีแดงเป็นสีของโกเมนที่มีมากที่สุด

โกเมนยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความศรัทธาอีกด้วย บ้างก็เชื่อกันว่าทำให้ผู้สวมใส่อายุยืน กล่าวกันว่า โนอาห์ (Noah) ผู้พาสิ่งมีชีวิตหนีน้ำท่วมโลก ใช้โกเมนประดับเรืออาร์ค ( Ark ) เพื่อให้แสงสว่างในการเดินทางในตอนกลางคืน ทำให้นักเดินทางในสมัยโบราณมักจะพกโกเมนติดตัวไว้ เพราะเชื่อกันว่าสามารถปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากภยันตรายต่าง ๆ และช่วยส่องแสงในตอนกลางคืนด้วย แต่ผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ พบว่าเกิดจากการหักเหของแสง

cg

สี Copper Green

สี Copper Green คือสีของสนิมที่เกิดขึ้นบนผิวทองแดง (Copper) ไม่เฉพาะกับสิ่งของชิ้นเล็กๆเท่านั้น แต่บรรดาสิ่งก่อสร้างหรืออนุสาวรีย์ก็สามารถเกิดสนิมเขียวได้ (หากไม่ได้รับการทำความสะอาด) มันเกิดจากปฎิกิริยาเคมี
เราเห็นเป็นชั้นบางๆเคลือบอยู่บนผิวโลหะ เรียกว่า Patina หรือ สนิมทองแดง โดยจะเห็นเป็นสีเขียวสวยงามได้ ต้องใช้เวลา 50 ปีขึ้นไป อย่างเช่น หลังคาพระที่นั่งอนันตสมาคมที่เราเห็นเป็นสีเขียวนั่นก็คือสนิมทองแดงเช่นกันค่ะ
hb

สี Hickory Brown

สีน้ำตาลเข้มที่โดนใจใครหลายคน อย่าง Hickory Brown คือสีน้ำตาลเข้มนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากต้น Hickory เป็นไม้เนื้อแข็งที่มักนำมาใช้ก่อสร้างทั้งเป็นไม้ปาร์เก้และทำเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงไม้เบสบอลด้วย

ต้น Hickory มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเรานี่เองค่ะ ในแถบอินเดีย (รัฐอัสสัม) จีน และภูมิภาคอินโดจีน Hickory จะออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป้นดอกสีเหลืองเล็กๆ และมีผลที่สามารถกินได้ที่เรียกว่าลุก Hickory Nuts (Carya) ด้วยค่ะ

bo

สีBurnt Orange

ว่ากันด้วยสีBurnt Orange หรือสีส้มไหม้ สีจะออกส้มๆ แดงๆ ดูเหมือนสีไฟ

เป็นสีส้มที่นิยมมาออกแบบตกแต่งภายในในช่วงยุค 70 เป็นสีประจำสถาบันการศึกษาหลายๆ แห่ง อย่าง Auburn University, University of Texas at Austin, University of Montana prior to 1996 และ Oklahoma State University และยังเป็นสีของทีมอเมริกันฟุตบอลอย่าง Chicago Bears อีกด้วย

 

The Color Story ชื่อนี้มีที่มา #ตอนที่ 3

มาถึงตอนที่ 3 กันแล้วกับเรื่องน่ารู้จากสีของ Kanken มาต่อกันที่สี Slate, Amethyst, Blue Ridge, Ochre และ Frost Green กันค่ะ

มาถึงตอนที่ 3 กันแล้วกับเรื่องน่ารู้จากสีของ Kanken มาต่อกันที่สี Slate, Amethyst, Blue Ridge, Ochre และ Frost Green กันค่ะ

fg

สี Frost Green

ว่ากันด้วยสี Frost Green หรือสีเขียวอมฟ้า สีขายดีอีกสีของเราค่ะ

สีเขียวนี้มีที่มาจาก Frost (โฟรสท์) ที่แปลว่า “น้ำค้างแข็ง” หรือภาษาเหนือบ้างเราก็คือ “แม่คะนิ้ง” นั่นเองค่ะ น้ำค้างแข็งนั้นเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติมีลักษณะเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ ที่เกาะตามใบไหม้หรือยอดหญ้าต่ำบนพื้นดินนั่นเอง

oc

สี Ochre

ว่าด้วยเรื่องสีเหลืองอมส้มอุ่นๆ Ochre –สีเหลืองจากสายแร่
ออกเสียงกัยไม่ถูกเลยใช่ไหคะ ไม่แปลกค่ะ แอดมินก็งงไม่แพ้กัน สีนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดินที่มีสายแร่เหล้ก ซึ่งเป็นทรายที่มีส่วนผสมของเฟอริคออกไซด์ (Ferric Oxide) อยู่มาก ทำให้ดินตรงนี้ออกสีเหลืองอมส้ม เป็นสีที่เราพบเห็นได้ตามภูเขาทราย หรือสีของเนินทรายค่ะ

sl

สี Slate

สีที่หลายคนสงสัย “Slate” สีเทาอันนี้มีทีมาจาก “หินชนวน” หรือที่เรารู้จักกันจาก “กระดานชนวน” นั่นเองค่ะ ในหินชนวนนั้นมีแร่ที่เป็นองค์ประกอบที่หลากหลายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอน แกรไฟต์ แร่คลอไลต์ และแร่ไมก้า หินชนวนไม่ได้มีแค่สีเทานะคะ ยังมี หินชนวนสีแดงหรือม่วงที่เกิดจากเหล็กและ
แมงกานีสออกไซด์ สีเขียวมีเหล็กเฟอรัสซิลิเกตในหิน

ในเมืองไทยแหล่งที่มีหินชนวนคือบริเวณ จังหวัดกาญจนบุรี ชลบุรี ระยอง นครศรีธรรมราช นราธิวาส และนครราชสีมา

br

สี Blue Ridge

ว่าด้วยสีฟ้า Blue Ridge สีขอบฟ้า – สันเขา
สีฟ้าของสันเขาและขอบฟ้า เป็นสีที่นักเดินป่าและปีเขาต่างหลวไหล แน่นอนว่าเป็นสีที่ใครๆก้อยากเห็นเมื่อถึงยอดเขา จึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสีนี้ลงไปในกระเป๋าแทบทุกรุ่นของ Fjallraven และเป็นอีกสีที่ขายดีมากค่ะ

am

สีม่วงอเมทิสต์ (Amethyst)

อเมทิสต์ (Amethyst) อัญมณีสีม่วงที่หลายคนรู้จักกันดี หนึ่งในแร่ตระกูลควอตซ์ มีความแวววาว แบบแก้วคริสตัล มีสีม่วงเป็นหลัก นอกจากจะมีความสวยงามแล้วยังเป็นหินที่เป็นสัญลักษณ์ของความรัก และสติอีกด้วย

เดิมทีคำว่า “อเมทิสต์” นั้นมาจากภาษากรีกที่เรียกว่า “Amathystos” ซึ่งมีความหมายว่า การมีสติ และไม่มึนเมา ในสมัยโบราณนั้น เล่าสืบต่อกันมาว่า วันหนึ่งเทพไดโอนิซุส (Dionysius) ซึ่งเป็นเทพแห่งสุรา กำลังมึนเมาเพราะทรงดื่มเพื่อดับความโกรธที่มนุษย์ทั้งหลายพากันหลงลืมพระองค์ ไม่ยอมมาสักการบูชาพระองค์ จึงทรงสาปแช่งเอาไว้ว่า ถ้าวันนี้มนุษย์คนไหนเดินผ่านหน้าพระองค์แล้วไม่ทำการคารวะ ขอให้มันผู้นั้นถูกเสือกิน

แต่บังเอิญวันนั้นมีเพียงหญิงสาวที่ชื่ออเมทิสต์คนเดียวที่เดินผ่านมาด้วยความรีบร้อน เนื่องจากนางจะรีบไปสักการะเทพีไดอาน่า (Diana) ที่เชิงเขา แต่ระหว่างทางนางก็ได้พบกับเสือตามคำสาปแช่งของเทพไดโอนิซุสเข้าจนได้ ด้วยความหวาดกลัวนางจึงร้องขอความช่วยเหลือจากเทพีไดอาน่า

แต่เพราะเทพีไม่อาจแก้คำสาปของเทพด้วยกันได้ พระนางจึงแก้ด้วยการสาปให้อะเมทิสต์กลายเป็นผลึกแก้วควอตซ์ ซึ่งมีความแข็งแกร่งแทน เพื่อจะได้ไม่ถูกเสือกิน ครั้นเมื่อเทพไดโอนิซุสทราบความจริงจากเทพีไดอาน่า จึงทรงเกิดความละอายใจ และเพื่อเป็นการไถ่โทษแก่หญิงสาวที่ต้องกลายเป็นหิน

พระองค์จึงทรงเทเหล้าองุ่นที่เสวยอยู่ลงบนร่างของอะเมทิสต์ และให้พรแก่นางว่า หากในอนาคตใครได้ครอบครองผลึกแก้วสีม่วงนี้ จะเป็นผู้เปี่ยมไปด้วยสติปัญญา เป็นผู้มีสติ และปราศจากความมึนเงาทั้งหลาย และด้วยเหตุนี้เอง อเมทิสต์จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความไม่มึนเมา และการมีสตินับแต่นั้นเป็นต้นมา

ยาวนิด แต่ก้ได้อย่านเรื่องราวของแต่ละสีที่น่าสนใจมากจริงไหมคะ? จะบอกว่ายังไม่หมดจ้า ตามอ่านกันได้รัวๆ อีกไม่นานี้น้าา

 

The Color Story ชื่อนี้มีที่มา #ตอนที่ 2

มาต่อกันในตอนที่ 2 กับสีของ kanken ที่น่าสนใจกันอีก 5 สี ฺBirch Green, Un Blue, Peach Pink, Putty, Royal Blue

มาต่อกันในตอนที่ 2 กับสีของ kanken ที่น่าสนใจกันอีก 5 สี ฺBirch Green, Un Blue, Peach Pink, Putty, Royal Blue น่าสนใจไม่แพ้ตอนแรกค่ะ

birch

สี Birch Green

ว่ากันด้วยสีเขียวอมเหลืองจี๊ดๆ ที่มีชื่อว่า ” Birch Green” กันค่ะ

สีนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก ต้นเบิร์ช ( Birch ) เนื้อไม้ขาวและทนทาน เป็นต้นไม้ประจำชาติรัสเซีย (คนรัสเซียเรียกเบียโรซซ่า) แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะต้นเบิร์ชยังมีน้ำหวาน หอมนิดๆ หวานหน่อยๆ ที่เป็นที่ชื่นชอบคนคนรัซเซียอีกด้วย น้ำหวานจากต้นเบิร์ชนั้นมีบรรจุขวดโหลสำหรับน้ำผลไม้วางขายทั่วไป

น้ำหวานจากต้นเบิร์ชนั้นสามารถเก็บได้แค่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น เพราะพอถึงช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ น้ำของมันจะเริ่มขม ว่ากันว่าในช่วงที่ดีๆ ต้นไม้ใหญ่ๆ 1 ต้นสามารถให้น้ำได้มากถึง 15 ลิตรใน 1 วันเลยทีเดียว

peach

สี Peach Pink

สีชมพูเปรี้ยวอมหวานที่ได้แรงบันดาลใจมากจากผลพืช (ลูกท้อ)สุกนั่นเอง ลูกท้อเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน นอกจากรสชาติจะอร่อยแล้ว ชาวจีนมีความเชื่อว่า ท้อเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และเกี่ยวข้องกับการกับการป้องกันสิ่งชั่วร้ายอีกด้วยค่ะ

putty

สี Putty

สี Putty หรือสีปูนยาแนว สีหนึ่งที่จะครีมก็ไม่ใช่จะน้ำตาลก็ไม่สุด แต่กลับเป็นสีที่อยู่ในใจหลายๆคน เรามาทำความรู้จักสีนี้ดันดีกว่า Putty (อ่านว่า พัตตี้ ไม่ใช่พุตตี้ ) แปลว่า ปูนอุดรอยรั่ว หรือ สีโป๊ว คือ พลาสติกประเภทหนึ่งมีลวดลายและลักษณะคล้ายดินเหนียวหรือโดแป้ง ใช้ในงานก่อสร้างและซ่อมแซมสำหรับเป็นวัสดุอุด และวัสดุกันซึม ในงานยานยนต์ใช้เป็นวัสดุอุดในการซ่อมแซมผิว สีพัตตี้นั้นเข้ากับเสื้อผ้าได้ง่ายเพราะอยู่ในโทนสีเบจที่ได้ทุกลุคส์เลย ที่สำคัญหลายคนติดใจเพราะสีนี้ใช้แล้วไม่เก่าไม่ใหม่ ใช้ได้เรื่อยๆค่ะ

 

royal

สี Royal Blue

สี Royal Blue นั้นเกี่ยวกับราชวงศ์จริงๆค่ะ เพราะเป็นสีเก่าแก่ที่คิดค้นขึ้นในสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 3 (George III – George William Frederick) ตั้งแต่อังกฤษยุคกลางโน่นล่ะค่ะ (ค.ศ.1738 -1820) โดยคนที่คิดเป็นเจ้าของโรงโม่ ผู้ซึ่งชนะเลิศในการแข่งขันการออกแบบฉลองพระองค์ของราชินี ชาร์ล็อต (Charlotte of Mecklenburg-Strelitz) พระชายาในพระเจ้าจอร์จที่ 3 จากนั้นสี Royal Blue ก็เป็นที่รู้จักกันทั่วไป นอกจากนี้ Royal Blue ยังเป็นสีธงชาติของหลายๆประเทศเช่น อิสราเอล, สหภาพยุโรป, ฟิลลิปินส์ ฯลฯ

un blue

สี UN Blue

UN Blue สีฟ้าสุดจี๊ดขวัญใจหลายๆ คน รู้ไหมคะว่า UN นี่คืออะไร? ใช่แล้วค่ะ UN (United Nations) หรือ องค์การสหประชาชาติ นี่ล่ะค่ะ เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1945 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ความร่วมมือในกฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคงระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ กระบวนการทางสังคม สิทธิมนุษยชน และการบรรลุสันติภาพโลก

เอาล่ะก่อนจะเครียดไปกว่านี้ UN Blue คือสีฟ้าที่มาจากธงขององค์การสหประชาชาติ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ รวมถึงเครื่องแบบของกองกำลังของสหประชาชาติด้วยค่ะ

ยังไม่หมดนะค สีที่น่าสนใจของ #Kanken ยังมีอีกมาก คอยติดตามตอนต่อไปกันค่ะ

ดูแล Kanken ให้ถูกทางกันเถอะ! How to Take Care of Your Kånken

หลากหลายข้อแนะนำที่จะทำให้ kanken อยู่กับคุณไปนานๆ

หลายคนมี kanken หลายใบแล้วแต่ยังไม่รู้วิธีรักษา Kånken ให้ใช้ไปได้นานๆ วันนี้เรามีเคล้ดลับง่าย  5 ข้อมาบอกกันค่ะ

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจผ้าที่ใช้ทำกระเป๋า Kanken กันก่อน VinylonF หรือ Vinylon fabric เป็นผ้าที่มีลักษณะเฉพาพ น้ำหนักเบาและกันละอองน้ำ เป็นผ้าที่ย้อมสีแบบชุบ ดังนั้นโอกาสการหลุดลอกของสีหรือซีดจางเป็นไปได้เมื่อผ่านการใช้งาน โดยขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานด้วยค่ะ

  1. สีจะตกไหม? ทำยังไงดี?

แม้ว่าเราจะใช้เทคนิคการย้อมแบบชุบสีที่ให้ผ้าที่มีสีสันสดใส แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสีจะสดใสเหมือนใหม่ตลอดเวลา สีของกระเป๋าย่อมตลดลงไปตามลักษณะการใช้งานตามที่กล่าวไป และอาจจะมีความเป็นไปได้ที่เป้สีเข้มจะตกใส่เสื้อผ้าสีอ่อนของคุณ เราจึงขอแนะนำให้แช่เป้สีเข้มในน้ำอุ่นกว่าอุณหภูมิห้องเล็กน้อย นานประมาณ  30-60 นาที  จากนั้นตากให้แห้งในที่ร่ม (ตากในห้องน้ำก็ได้นะ) จากนั้นนำไปใช้งานได้ตามปกติเลยค่ะ

2.  ทำความสะอาดยังไงให้ถูกวิธี

ไม่ว่ากระเป๋าของคุณจะเปื้อนอะไรมา หรือสกปรกขนาดไหนก็ตาม “ห้ามนำ  Kånken ใส่ในเครื่องซักผ้าโดยเด็ดขาด” ให้ใช้แปรงขนนุ่มชุบน้ำอุ่นปัก หรือใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเท่านั้น 

TB1qkXtLpXXXXa4XpXXXXXXXXXX_!!0-item_pic

3. อย่าใส่ของเยอะจนเกินไป

ถึงแม้ว่าเป้ kanken จะจุมากถึง 16 ลิตรก็ตาม แต่การใส่สิ่งของที่มากหรือหนักเกินไปก้อาจทำให้เป้ของคุณมีปัญหาได้ เรม ควรใช้เป้ให้ถูกขนาดกับจำนวนสัมพาระ เรามีเป้รุ่น Big เพื่อรองรับข้าวของที่มากกว่า รวมถึงรุ่น Laptop ที่ออกแบบมาเพื่อรับคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้คุณใส่ laptop ได้โดยไม่เจ็บไหล่จากการกดทับของน้ำหนักที่มากเกินไป

สำหรับรุ่น Classic ควรใส่แค่ Tabblet หรือสินของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับสายสะพายและซิปจนเกินไป

IMG_9873

4.  ซิปติดเมื่อไหร่ใช้ลิปบาล์มา

หาซิปของคุณรูดไม่ลื่น ฝืด หรือติดๆขัดๆ ให้ใช้ ลิปบาล์ม ลิปมัน หรือเทียนไข (ถ้ามี) รูปบริเวณซิป หรือใช้นิ้วถูลิปแล้วทาไปบนซิปเฉพาะบริเวณที่ติดขัด เท่านี้ซิปก็จะกลับมาลื่นเหมือนเดิม

5.  ซิปแตก ซิปเป็นร่องอย่านอนใจ

หากซิปมีรอยแตก ปริ หรือเป็นร่อง ให้รีบซ่อมให้ไวเลยค่ะ อย่าปล่อยไว้จนขาดหนักขึ้นซศึ่งอาจทำให้ต้องเปลี่ยนซิปทั้งหมด หรือซ่อมไม่ได้แล้ว สำหรับลูกค้าที่ซื้อกระเป๋าจาก FJallravenThailand เรารับเปลี่ยนใบใหม่ภายใน 7 วันหากมีปัญหา

ย้ำอีกครั้งการตากแดดจัด เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ kanken ของคุณสีซีดหรือเฟดลงได้ ดังนั้นควรหลีดเลี่ยงแดดจัดนะคะ

ที่มา

http://foxtrail.fjallraven.com/2017/07/11/how-to-take-care-of-your-kanken/

Save the Arctic Fox เป้สวยได้ช่วยน้อง (หมาจิ้งจองอาร์กติก)

“เพราะเราอยากเห็นสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ยังคงอยู่คู่กับเทือกเขาในสแกนดิเนเวีย”

ตั้งแต่เด็กๆแล้วเรามันมีภาพของสุนัขจิ้งจอกเป็นตัวร้ายในนิทาน ไม่ว่าจะด้วยรูปร่างหรือรูปลักษ์ของมัน ที่ทำให้ดูเหมือนจะเป็นตัวโกงอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้ เราจะพาคุณมารู้จักกับ สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ที่มีความมหัศจรรย์ในการใช้ชีวิต และน่าสงสารมากกว่าที่คุณคิด

สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก  (arctic fox) หรือ Vulpes lagopus  ในภาษาลาติน เป็นหนึ่งในสัตว์พื้นถิ่นของสแกนิดเนเวีย ที่เริ่มมีปริมาณลดน้อยถอยลงเมื่อเกิดเหตุการณ์โลกร้อนที่ทำให้อุณภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลต่อน้ำแข็งที่ละลาย และสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกก็กลายเป็นสัตว์ที่อยู่ในการอนุรักษ์ของทั้งประเทศฟินแลนด์และประเทศอื่นๆในแถบสแกนดิเนเวีย

นอกจากภาวะธรรมชาติแล้ว สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกยังโชคร้ายที่ถูกล่าเพื่อเอาขนสวยๆ ของมันไปทำเสื้อผ้าและเครื่องประดับ โดยเฉพาะขนของลูกสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกนั้นมีราคาแพงกว่าสัตว์ชนิดอื่น เพราะทั้งหายากและมีสีขาวบริสุทธ์ ความสวยกลายเป็นเหมือนคำสาบที่ทำให้ปริมาณของสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกลดปริมาณลงอย่างต่อเนื่อง แต่โชคดีที่มันได้รับการประกาศเพื่อนเป็นสัตว์อนุรักษ์ตั้งแต่ปี 1928 ในประเทศสวีเดน และ 1930 ในประเทศนรเวย์ แต่ถึงกระนั้นปริมาณของสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายนัก เพราะการสร้างนั้นต้องใช้เวลา

อีกหนึ่งสาเหตุที่สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกมีจำนวนเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะหมาจิ้งจอกอาร์กติก นั้นก็ต้องแย่งแหล่งอาหารกับหมาจิ้งจอกแดง (red fox) ซึ่งมีจำนวนมากและว่องไวกว่า ทำให้หมาจิ้งจอกอาร์กติก หาอาหารได้ยากอีกทั้งอากาศหน้าหนาวที่อุ่นมากขึ้นและมีระยะเวลาที่สั้นลง ต่างเป็นสาเหตุให้สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกมีจำนวนน้อยจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ และวิจัยสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก

Anders Angerbjörn เป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก อาจารย์ และนักวิจัย ที่   Stockholm University เขาเชื่อว่าปริมาณของสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกสามารถเพิ่มขึ้นได้เป็นสองเท่าหากมีมาตรการอนุรักา์ที่เหมาะสม ตอนนี้มีสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่โตเต็มวัยประมาณ 130 และ 200 ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งปริมาณที่จะทำให้สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกหลุดจากความเสี่ยงในการเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์นั้นยังต้องการอีก 500 9y;

ตั้งแต่เริ่มโครงการตั้งแต่ในช่วงปี 1990s แบรนด์  Fjällräven ได้ให้การสนับสนุน Anders Angerbjörn ในโครงการเกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่หลากหลาย เราช่วยเผยแพร่ข้อมูล สนับสนุนด้านอุปกรณ์ และบริจาคเงินเพื่อใช้ในการวิจัยในด้านต่างๆ จนใจปี  2010, Anders Angerbjörn ได้รับรางวัล  Golden Fox Award จากการทำงานหนักและทุ่มเทในงานของเขา

S

 

The Color Story ชื่อนี้มีที่มา #ตอนที่ 1

หลายคนรู้ไหมคะว่าสีของ Fjallraven/ kanken นั้นตั้งชื่อตามธรรมชาติที่อยู่รอบตัว หลายสีอย่าง ฺสี Blue Ridge คือฟ้าแบบไหนกันนะ แล้ว Ochre นี่เป็นสีเหลืองอะไรกัน หรือ Ox Red คือสีแดงแบบไหน เกี่ยวอะไรกับวัวกระทิง เรามีคำตอบมาบอกกันค่ะ

หลายคนรู้ไหมคะว่าสีของ Fjallraven/ kanken นั้นตั้งชื่อตามธรรมชาติที่อยู่รอบตัว หลายสีอย่าง ฺสี Blue Ridge คือฟ้าแบบไหนกันนะ แล้ว Ochre นี่เป็นสีเหลืองอะไรกัน หรือ Ox Red คือสีแดงแบบไหน เกี่ยวอะไรกับวัวกระทิง เรามีคำตอบมาบอกกันค่ะ

1517219967570

 

OCHRE – เหลืองสายแร่

ออกเสียงกัยไม่ถูกเลยใช่ไหคะ ไม่แปลกค่ะ แอดมินก็งงไม่แพ้กัน สีนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดินที่มีสายแร่เหล้ก ซึ่งเป็นทรายที่มีส่วนผสมของเฟอริคออกไซด์ (Ferric Oxide) อยู่มาก ทำให้ดินตรงนี้ออกสีเหลืองอมส้ม เป็นสีที่เราพบเห็นได้ตามภูเขาทราย หรือสีของเนินทรายค่ะ

Totepack No.1 Ochre

>>> http://www.fjallraven.co.th/Bags/Totepack/Totepack_No.1/Totepack_No.1_Ochre

1517218096316

ฺBlue Ridge – ขอบฟ้า สันเขา

สีฟ้าของสันเขาและขอบฟ้า เป็นสีที่นักเดินป่าและปีเขาต่างหลวไหล แน่นอนว่าเป็นสีที่ใครๆก้อยากเห็นเมื่อถึงยอดเขา จึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสีนี้ลงไปในกระเป๋าแทบทุกรุ่นของ Fjallraven และเป็นอีกสีที่ขายดีมากค่ะ

Kanken Classic Blue Ridge

>>> http://www.fjallraven.co.th/Bags/Kanken/Kanken_Classic/Kanken_Classic_Blue_Ridge

1517217542369

OX (Blood) Red – แดงเลือดวัว

สี Ox Red หรือสีแดงเลือดวัว ในบ้านเราอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่ เพราะเราอาจจะคุ้นกับสี “แดงเลือดหมู” หรือ “แดงเลือดนก” มากกว่า ส่วนสี Ox red นั้นบันดาลใจจากสีแดงของเลือดสัตว์นักสู้อย่างวัวกระทิงนั่นแหละค่ะ

Kanken Ox Red >>> http://www.fjallraven.co.th/Bags/Kanken/Kanken_Classic/Kanken_Classic_Ox_Red

ส่วนตอนหน้าเราจะมีสีอะไรมาเล่ากันอีก ต้องติดตามค่ะ

มารู้จักสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกกันเถอะ

เราเชื่อว่าหลายคนยังไม่ทราบว่า Fjällräven นั้นแปลว่าอะไร?

ลองมองดูโลโก้ของกระเป๋าสิคะ ใช่แล้วค่ะ Fjällräven แปลว่า arctic fox หรือ สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก (ที่มาจากคำว่า fjällräv(en) ในภาษาสวีดิชนั่นเอง

เพียงครั้งแรกที่ Åke Nordin ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Fjällräven ได้มองเห็นเหล่าสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกในการเดินป่า ก็สร้างความประทับใจแรกให้กับเขา จนตั้งชื่อแบรนด์ตามเหล่าสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกนั้น และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา แต่มันยังเป็นสิ่งมีชีวิที่มหัศจรรย์ ที่สามารถปรับตัวให้อยู่ได้ทั้งในบนภูเขาหิมะ (arctic mountains) และทุ่งหญ้าน้ำแข็ง (tundra) ทีเราจะไปทำความรู้จักให้มากขึ้นกันค่ะ

2015-07-21-03-07-531323964919.jpg

สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกนั้นมีน้ำหนักเพียง 3-4 กิโลกรัมเท่านั้น เล็กกว่าแมวบ้านบางตัวอีกค่ะ และแน่นอนว่าเล็กกว่าพี่น้องร่วมสายพันธ์ุอย่างหมาจิ้งจอกแดง(red fox) อยู่มากโข ตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย มีใบหน้าสั้นกว่าจิ้งจอกพันธุ์อื่น ใบหูเล็ก ขนหนาฟูสีขาว พวกมันจึงเป็นสัตว์ที่อ่อนแอไม่ต่างจากกวางเรนเดียร์ สัตว์เคี้ยวเอื้องที่ตกเป็นเหยื่อในห่วงโซ่อาหารอยู่ตลอดเวลา ด้วยความที่เป็นสัตว์พื้นถิ่นในแถบสแกนดิเนเวียมาอย่างช้านาน ทำให้มันเป็นสานพันธุ์ที่สามารถปรับตัวได้ในสภาพอากาศอันสุดเลวร้ายของภูมิภาคอาร์กติกได้

เคล็ดลับอยู่ที่ใบหูเล็ก ขนหนาฟูสีขาว เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน รวมถึงบริเวณอุ้งเท้าที่มีขนช่วยให้พวกมันเดินและวิ่งบนพื้นน้ำแข้งได้ นี่ทำให้มันสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิที่ติดลบมากกว่า 40 องศาเซลเซียสได้ ในวันหิมะตกหนักหรือเกิดพายุ จิ้งจอกอาร์กติกจะขุดโพรงลึกใต้หิมะ และขดตัวนอนโดนใช้หางฟูฟ่องตวัดห่มตัวและหน้าไว้ คล้ายกับคนห่มผ้า และใช้พลังงานจากไขมันเพียง 50% คล้ายกับการจำศีลของสัตว์อื่นๆ 

arctic-fox-j-lyle-dpc 

นักขุดโพรงโบราณ

สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกนั้นอาศัยอยู่ในโพรงทรายที่บรืเวณสันเขา ซึ่งโพรงเหล่านี้ถูกใช้มาผ่านรุ่นต่อรุ่นที่ Anders Angerbjörn นักวิจัยแห่ง Stockholm University คากว่าน่าจะมีมากว่า 8,000 แล้ว โพรงเหล่านี้มีทางออกมากกว่า 100 ทาง เป็นเสมือนเมืองโบราณที่สรางจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ

เมื่อถึงฤดูผสมพันธ์ ซึ่งปรกติจะประมาณทุกๆ 3-4 ปี ซึ่งแน่นอนว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งอาหารอย่างหนูเล็มมิ่ง ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ จะมีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนจนถึงพฤษภาคม จะมีการกำเนิดของลูกหมาจิ้งจอกตัวน้อยๆ สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกตัวเมียสามารถมีลูกได้ครอกหนึ่งได้มากถึง 18 ตัว (กว่า 90% จะไม่รอดในฤดูหนาวแรก) โดยทั้งพ่อและแม่สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกจะช่วยกันเลี้ยงลูกน้อยในโพรงด้วยกัน

2015-07-21-03-07-40316111320

ครอบครัวนี้จะเลี้ยงลูกน้อยจนถึงช่วงเดือนสิงหาคม โดยช่วงแรกลูกหมาจิ้งจอกจะอาศัยอยู่กับพ่อแม่จนกระทั่งขนบริเวณอุ้งเท้าหนาพอจะออกไปเดินและวิ่งบนพื้นน้ำแข็งได้ จิ้งจอกอาร์กติกจะเก็บอาหารไว้สำหรับฤดูหนาว เช่น ฝังซากหนูเลมมิ่งไว้ใต้หิมะ บางตัวจะเก็บนกเล็ก ๆ ไว้ พวกมันจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และกินอาหารสะสมเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะให้ลูกสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกโตพอที่จะเพชิญอากาศหนาวเย็นต่อไป

และเมื่อฤดูหนาวหมดลง ขนขาวๆจะหลุดและขนสีเทาอมน้ำตาลจะขึ้นมาแทนที่ ทำให้มันดูตัวเล็กลง และเมื่อฤดูหนาวกลับมาอีกครั้ง ก็ถึงเวลาต่อสู้กับสภาพอากาศที่โหดร้าย ขนสีเทาอมน้ำตาลจะกลับมาเป็นขนหนานุ่มสีขาวอีกครั้ง

2015-07-21-03-07-46161141580

และด้วยสถานการณ์จำนวนของสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ที่น้อยลงแทบจะสูญพันธุ์ที่ให้แบรนด์ Fjallraven ได้ออกกระเป๋าเป้ Kanken รุ่น save the arctic fox ที่จะบริจาคเงินส่วนหนึ่งจากค่ากระเป๋าเข้าโครงการเพื่ออนุรักษ์สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ดีไซน์ Twotone พร้อมปักรูปหน้าของ สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ที่กระเป๋าด้านหน้า ที่เรียกได้ว่าใครใช่รุ่นนี้นอกจากจะสวยแปลกตาไม่ซ้ำใครแล้ว ยังได้ช่วยเหลือสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกอีกด้วยค่ะ

สนใจสักใบ ทางนี้เลย >> http://www.fjallraven.co.th/Bags/Kanken/Kanken_Classic_Save_the_Arctic_Fox

save_the_arctic_fox_1920_1080-1000x563